
จากแม่ทัพผู้คุมกำลังนับหมื่น… สู่พระผู้ถือไม้กวาดเพียงด้ามเดียว
เป็นเวลากว่า 12 วันแล้ว ที่ “บิ๊กกุ้ง” พลเอกบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในวัย 60 ปี ได้ละวางยศถาบรรดาศักดิ์ทั้งหมด ก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ณ วัดป่าศรีคุณาราม จังหวัดอุดรธานี
ภาพที่หลายคนเห็นแล้วอดรู้สึกไม่ได้ คือภาพของอดีตนายทหารผู้เคยยืนอยู่แถวหน้าในการปกป้องแผ่นดินไทย วันนี้กลับก้มหน้ากวาดลานวัดอย่างเงียบสงบ
ไม่มีดาวบนบ่า
ไม่มีรถประจำตำแหน่ง
ไม่มีผู้ใต้บังคับบัญชารายล้อม
มีเพียงผ้าเหลืองบนกาย ไม้กวาดในมือ และรอยยิ้มที่สงบนิ่งกว่าเดิม
หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงภาพธรรมดาของพระรูปหนึ่ง แต่สำหรับผู้ที่รู้จักเส้นทางชีวิตของท่าน ภาพนี้กลับทรงพลังอย่างยิ่ง
เพราะนี่คืออดีตแม่ทัพผู้เคยแบกรับภารกิจสำคัญของชาติ เคยนำกำลังพลนับหมื่นนายปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ เคยเผชิญสถานการณ์กดดันและความรับผิดชอบมหาศาล
แต่เมื่อถึงวันที่ตัดสินใจเข้าสู่สมณเพศ ท่านกลับเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ต่างจากพระภิกษุทั่วไป
สิ่งที่ทำให้ผู้คนซาบซึ้งยิ่งกว่า คือการบวชครั้งนี้มิได้เกิดขึ้นเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นการตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้แก่เหล่าวีรบุรุษทหารกล้า 42 นาย ผู้เสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง
จากวันที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา คอยดูแลลูกน้องในสนามปฏิบัติการ
มาถึงวันนี้ แม้จะไม่ได้สวมเครื่องแบบอีกต่อไป แต่หัวใจของผู้บังคับบัญชาคนเดิมยังคงอยู่
เพียงเปลี่ยนจากการดูแลด้วยคำสั่ง
มาเป็นการดูแลด้วยแรงอธิษฐานและบุญกุศล
ผู้นำบนโลกนี้มีมากมาย
แต่จะมีสักกี่คน ที่ยามมีอำนาจก็อุทิศตนเพื่อแผ่นดิน
ละวางอำนาจแล้ว ก็ยังไม่ลืมผู้ใต้บังคับบัญชาของตน
ภาพพระบุญสินโชติปัญโญ ก้มกวาดลานวัดอย่างสงบ อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าภาพแม่ทัพยืนบัญชาการทหารนับหมื่น
แต่สำหรับหลายคน ภาพนี้กลับยิ่งใหญ่กว่า
เพราะมันแสดงให้เห็นว่า เกียรติยศที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง
ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่อำนาจ
แต่อยู่ที่หัวใจของคนคนหนึ่ง ที่ไม่เคยลืมผู้ร่วมทางของตน
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนยังคงเคารพรัก“บิ๊กกุ้ง” ไม่ใช่เพราะยศที่เคยมี
แต่เพราะหัวใจที่ยังคงงดงามเหมือนเดิม…